ผมเชื่อว่า คนเราทุกคนมีเส้นด้ายบางๆที่เชื่อมตัวเรากับคนอื่นๆไว้ เส้นด้ายเส้นนั้นจะหนา จะบาง จะพลิ้วไหวสวยงามอย่างไร ขึ้นกับความรักความผูกพันธ์ที่เรามีกับคนคนนั้น เส้นด้ายเส้นนั้นก็คือ"สายสัมพันธ์" สายสัมพันธ์ที่แน่นหนา มั่นคง และสวยงามที่สุด คือสายสัมพันธ์ที่รัดคนในครอบครัวเดียวกันไว้ เหมือนอย่างกับหนังเกาหลีเรื่อง "My Brother" ที่แสดงโดย วอน บิน ชิน ฮา กุน ลี โบ ยอง

.........................................................
จอง ฮีออน กับเซียง ฮีออน เป็นพี่น้องกัน จอง ฮีออน น้องชาย เป็นเด็กหนุ่มรูปหล่อ มี่มักมีเรื่องชกต่อยเป็นประจำ ส่วนเซียง ฮีออน พี่ชาย เป็นคนเรียบร้อย อ่อนโยน ขยันเรียน
ตอนเซียง ฮีออนเกิด เขามีหน้าตาที่ผิดปกติ เป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ พ่อบอกแม่ให้ทิ้งเขาไป แต่แม่ไม่ยอม พ่อจึงทิ้งเขาและแม่ไป ในขณะที่แม่ก็กำลังมีจะน้องชาย ด้วยเหตุนี้ แม่จึงรักและทะนุถนอมเซียง ฮีออนเป็นพิเศษ ทำให้จอง ฮีออนน้องชาย แอบน้อยใจเป็นประจำ
แม่ยอมทำงานหนัก ยอมโดนตราหน้าว่าเป็นคนหน้าเลือด ออกเงินกู้ เพื่อหาเงินให้ได้มากที่สุด เพื่อมาใช้ในการผ่าตัดของเซียง ฮีออนผู้พี่
พอทั้งสองโตขึ้น ก็ได้เข้าเรียนในโรงเรียนเดียวกัน ชั้นเรียนเดียวกัน
วันหนึ่ง จอง ฮีออนมีเรื่องทะเลาะชกต่อยกับเพื่อน แต่พลาดท่า เซียง จีฮอนจึงเข้าไปช่วยน้องชาย ทั้งๆที่ตนชกต่อยไม่เป็น จนโดนอาจารย์เรียกผู้ปกครองมาพบ วันนั้น แม่ร้องไห้ และสอนลูกว่า "ต่อไป ถ้ามีใครมาทำร้ายคนใดคนหนึ่ง อีกคนต้องเข้าไปช่วยไว้นะลูก"
ต่อมา ทั้งคู่พบกับสาวน้อย มี รี ยอง สาวสวยนักกวี ทั้งคู่ตกหลุมรักเธอ จอง จีฮอน ขโมยบทกลอนของพี่ชายไปให้เธอ เธอรับรักจอง ฮีออน โดยที่ไม่รู้ว่า กลอนบทนั้นเป็นฝีมือของเซียง ฮีออน
จนเมื่อจอง ฮีออนรู้ว่า พี่ชายตนก็ตกหลุมรักผู้หญิงคนเดียวกัน เขายอมตัดใจจากเธอ
เซียง ฮีออน สอบติดแพทย์ ไปเรียนต่อที่กรุงโซล ส่วนจอง ฮีออนสอบไม่ติด เขาเรียนโรงเรียนกวดวิชาแบบไร้ความหวัง เขาคิดจะเปิดบาร์ข้างถนน แต่แม่ห้ามไว้ จนวันหนึ่ง เขาเริ่มไปทำงานในบริษัทแห่งหนึ่ง เป็นงานเหมือนที่แม่เคยทำ คือรับจ้างทวงหนี้ งานที่เขาทำ ต้องข่มขู่ และทำร้ายลูกหนี้เพื่อให้ได้เงินมา
วันหนึ่ง เซียง จีฮอนกลับมาเยี่ยมบ้าน จอง ฮีออนน้องชายมีปากเสียงกับแม่ เซียง ฮีออนจึงไปที่ร้านบาร์ข้างถนน ได้พูดคุยเปิดอกกับน้อง และได้บอกกับน้องชายในสิ่งที่เขาเก็บไว้ในใจมานาน นั่นคือ "จอง ฮีออน นายจะเรียกฉันว่าพี่สักครั้งได้ไหม" จอง ฮีออนไม่ตอบ
ต่อมา เหตุการณ์ต่างๆเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น งานของจอง ฮีออนนำพาอันตรายมาสู่ตัวเขาและครอบครัว และทำให้ ในที่สุด จอง ฮีออนไม่มีโอกาสที่จะเรียกเซียง ฮีออนว่าพี่ ได้อีกตลอดไป
.........................................................
ผมเพิ่งได้นั่งดูวีซีดีหนังเรื่องนี้เมื่อวานซืน จริงๆแล้วผมยืมแผ่นนี้จากน้องสาวมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้ดูจนลืมไป
ปกติ ผมเป็นคนที่ดูหนังเศร้าแล้วเฉยๆ ต่อให้เศร้ามากยังงัย(ในสายตาคนอื่น) พระเอกจมน้ำตาย นางเอกฆ่าตัวตายตาม ยายนางเอกตกเหวตายตามไปอีกคน ผมก็ไม่ค่อยเศร้าตาม มีน้อยเรื่องนัก ที่ผมจะเสียน้ำตาให้
แต่พอดูหนังเรื่องนี้แล้ว พูดคำเดียวสั้นๆว่า "อิน"ว่ะ ผมนั่งดูไป น้ำตารื้นไปคนเดียว (นึกภาพแล้วทุเรศตัวเองเล็กน้อย)
ผมดูแล้วนึกถึงตัวเองกับน้องชาย ทั้งๆที่ผมกับน้องชายไม่ค่อยมีอะไรที่คล้ายกับตัวละครในเรื่องนี้ ผมกับน้องชายเรียนมัธยมกันคนละโรงเรียน แต่เราเอนทรานซ์พร้อมกัน (ระบบเก่า ที่สอบหลายวิชา แล้วเอาคะแนนรวม ไม่เอาคะแนนในชั้นเรียน) หลังเข้ามหาวิทยาลัย ผมไปอยู่หอตลอด 6 ปี กลับบ้านแค่เสาร์อาทิตย์ พอเรียนจบก็(โดนบังคับ)ออกไปทำงานต่างจังหวัดอีก รวมๆ 8 ปี แล้ว ที่รอนแรมอยู่หอพัก บ้านพัก แฟลต ฯลฯ แต่ผมก็กลับบ้านค่อนข้างสม่ำเสมอ
น้องชายผม พอเรียนจบก็เหมือนนกติดปีก ไม่ค่อยอยู่บ้าน ออกไปเช่าคอนโดอยู่ นานๆจะกลับบ้านที เราไม่ค่อยได้เจอกัน สวนกันไปสวนกันมา เจอกันก็ไม่ค่อยได้คุยอะไรกัน เพราะปกติตอนอยู่ด้วยกันก็ไม่ค่อยคุยเรื่อยเปื่อยกันเหมือนเวลาเม้าท์กับเพื่อนอยู่แล้ว เราจึงเริ่มห่างกัน พอไม่ได้คุยนานๆเข้า ก็เริ่มไม่มีอะไรจะคุยกัน จากที่เคยโทรคุยกัน ก็เริ่มห่าง จนไม่ได้โทรหากันเลย
พอผมดูหนังเรื่องนี้จบ คืนนั้นผมนอนไม่หลับเลย คิดถึงน้องชายมาก อยากโทรไปคุยด้วยทั้งๆที่ไม่รู้จะคุยอะไร แต่ตอนนั้นมันตี1แล้ว จึงได้แต่นอนคิดว่า พรุ่งนี้จะคุยอะไรกับน้องตัวเองดี!
เมื่อวาน ตอนเย็น ผมจึงโทรไปหาน้องชาย กะแล้วเชียวว่ามันต้องงง ร้อยวันพันปีไม่เคยโทรมา คงคิดว่ามีเรื่องด่วนอะไร ผมบอกว่า "ไม่มีอะไร โทรมาเล่นๆ" ทำให้มันยิ่งงงหนักไปอีก เราคุยกันไม่กี่ประโยคตามคาด แค่"เออๆ อือๆ" กันไปมา แล้วก็วางสายไป
แต่เชื่อไหมว่า ช่วงระยะเวลาสั้น ทำให้ผมมีความสุขมาก ที่ได้คุยกับน้องชายตัวเอง ! ผมเลยตั้งใจว่า ต่อไปจะโทรไปหามันบ่อยๆ เดี๋ยวคงคิดเรื่องที่จะคุยกันออกเอง :)