Daisuke Inoue เกิดเมื่อปีคศ.1940 ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เขาเป็นคนคิดค้นความบันเทิงที่แพร่หลายไปทั่วโลก นั่นคือ"คาราโอเกะ" จนทำให้เขาได้รับรางวัลIg Nobel สาขาสันติภาพ ในปี2004 ด้วยเหตุผลที่ว่า คาราโอเกะทำให้คนเรียนรู้ที่จะอดทนต่อคนอื่นมากยิ่งขึ้น "for inventing karaoke, thereby providing an entirely new way for people to learn to tolerate each other."
............................................
ผมคิดว่าเกือบทุกคนคงเคยร้องคาราโอเกะ บางคนไปร้องกับเพื่อนเป็นกลุ่ม บางคนไปร้องกับเจ้านาย-ลูกน้องในร้านอาหาร บางคนร้องหยอดตู้ตามร้านเพิงริมทาง บางคนร้องในตู้ตามห้าง และบางคนขี้อายจัด แอบซื้อแผ่นไปร้องคนเดียวที่บ้าน
เคยรู้สึกบ้างไหมว่า คาราโอเกะ is all around !
ถ้าไม่มีคาราโอเกะ งานเลี้ยงสังสรรค์คงกร่อย งานแต่งงานคงจืด งานเลี้ยงรุ่นคงไม่มีอะไรจะทำ
............................................
ตอนเรียน ผมและเพื่อนได้ไปร้องคาราโอเกะประปราย ไม่บ่อยมาก ส่วนใหญ่ไปเวลาสอบเสร็จ เนื่องจากสมัยเรียน คณะอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยววัยรุ่นพอสมควร สถานที่ที่พวกเราไปร้อง คือร้านคาราโอเกะแถวนั้น ซึ่งเป็นร้านคาราโอเกะแบบที่มีคาเฟ่+อย่างอื่นร่วมด้วย ไม่ใช่คาราโอเกะ+โบว์ลิ่งเหมือนสมัยนี้
เพลงที่ร้องก็แล้วแต่ว่าไปกับใคร สมัยโน้น ถ้าไปกับกลุ่มเพื่อนชายหนุ่ม ก็จะมีเพลงประมาณซิลลี่ฟูลส์ แบล็คเฮด บางครั้งออกแนวคาราบาว บัวลอย ผีโลงเย็น ไปโน่น
ถ้าไปเป็นกลุ่มชายหญิง ก็จะเป็นเพลงแนวติงต๊อง อาร์เอส แร็พเตอร์ และเพลงบังคับ คือเพลง"เชียร์" ของบาซู เวลาร้องจะมันมาก มีท่อนสลับชายหญิง "เพราะฉันเชียร์อยู่... โอ้ว... อยู่...โอ้ว...อยู่" ร้องตะโกนยังกับเชียร์กีฬาสี
เพลงพวกนี้พอออกมานอกคาราโอเกะก็ไม่เห็นมีใครซื้อเทปมาฟัง บอก อูย...เสี่ยวหวะ (ขออภัยชาวอีสาน) แต่พอเข้าคาราโอเกะทีไร ร้องกันปร๋อทุกคน!
............................................
พอเรียนจบกันไป ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำงานตามจังหวัดต่างๆ เพื่อ(ชด)ใช้กรรม เอ้ย ทุน
ที่ที่ผมทำงานอยู่ เวลามีงานเลี้ยงทีไร สิ่งที่ขาดไม่ได้คือคาราโอเกะ ยิ่งต่างจังหวัด เวลามีงาน พวกตำรวจผู้ใหญ่ ผอ.โรงพยาบาล หัวหน้าหน่วยงานราชการ จะต้องถูกเชิญไปร้องเพลงแทบทุกคน ทุกคนจึงมีเพลงประจำตัวของแต่ละคน พอคนนั้นขึ้นเวทีปั๊บ ก็เดาออกว่าแกจะร้องเพลงอะไร
ผมยังไม่ใหญ่โตขนาดนั้น แต่ก็โดนเชิญ (แกมบังคับ) ขึ้นไปร้องบ่อยๆ ถ้าเลี่ยงได้ ผมจะเลี่ยงสุดชีวิต รู้สึกอับอาย อยากเก็บเสียงนุ่มขยี้ฟองเบียร์ (-_-!) ของตัวเอง ไว้ร้องเสียตังค์กับเพื่อนๆมากกว่าร้องฟรี แต่ขายขี้หน้า
บางคนที่ถูกเชิญออกไปร้อง ก็ร้องแบบเสียไม่ได้ บอกแหม เกรงใจเจ้าภาพเลยออกมาร้อง แต่พอจับไมค์ ลุงแกร้องต่อรวดเดียวอีก3เพลง! บางคนก็เสียงไม่เอาอ่าว แต่ก็ชอบออกมาทุกงาน ยิ่งพวกคนเมา แค่พูดก็ขี้เกียจจะฟังอยู่แล้ว พอจับไมค์ละก็ ร้องจนแขกเริ่มนั่งไม่ติด ถ้าเป็นคนใหญ่คนโต ร้องจบต้องปรบมือ แบบว่า"ท่านครับ ไพเราะมากอีกซักเพลงเถอะครับ" อะไรประมาณนั้น
นี่ละมั้ง เหตุผลที่ทำให้คาราโอเกะได้รางวัลสาขาสันติภาพ เพราะทำให้คนเราอดทนซึ่งกันและกัน...
............................................
พอมาอยู่ต่างจังหวัด รู้สึกว่าเพลงที่เขาชอบร้องกัน เป็นเพลงที่ผมไม่เคยได้ยินเลย ถ้าเป็นแถวนี้ ทุกงานจะมีเพลงประมาณ "ฝากแฟนผมด่วย ช่วยทำ..." อะไรอีก ร้องต่อไม่ได้แล้ว เพลงที่ฮิตมากๆอีกวงคือ "มาลีฮวนน่า" เห็นร้องกันทุกงาน ถ้าเป็นผู้หญิงก็จะประมาณ อ้อน เกวลิน อ้อย กระท้อน หรือไม่ก็ลูกทุ่งเทือกนั้นไปเลย ฟังบ่อยๆจนผมฮัมเพลงลูกทุ่งตามได้ตั้งหลายเพลงแล้ว
2เดือนก่อน ได้ไปงานกีฬาที่จังหวัดตราด โดยผอ.ได้จ้างรถทัวร์สองชั้นนั่งกันไปเกือบหมดที่ทำงาน บนรถมีคาราโอเกะด้วย พวกป้าๆทั้งหลายแย่งไมค์ร้องกันชุลมุน
............................................
ล่าสุด ผมเพิ่งไปคาราโอเกะกับเพื่อนที่ทำงานเมื่อเดือนที่แล้ว รู้สึกตัวเองกล้าร้องมากขึ้นแฮะ สงสัยหน้าเริ่มหนา ความอายหายไปเยอะแล้ว แต่เป็นพวกสิงห์สนามซ้อม คือให้ไปร้องในงานก็เซย์โนลูกเดียวเหมือนกัน เพลงที่ร้องๆกันก็เพลงวัยรุ่นวุ่นรักทั่วๆไป เพลงที่ผมไม่ซื้อแผ่น แต่ดันร้องได้แทบทุกเพลง
ผมกะว่าก่อนย้าย จะไปร้องคาราโอเกะกับพี่ๆน้องๆที่ทำงานเดิมซักหน่อย
จะร้องเพลงอะไรดีนะ หรือร้องเพลงหากินของผมอีกดี
แล้วคุณละ มีplanจะไปร้องคาราโอเกะกับใครรึยัง...
