เคยเลี้ยงปลากันไหมครับ
ปลาตู้ หรือปลาสวยงามนั้นมีมากมายหลายชนิด ทั้งปลาน้ำจืด และปลาทะเล
ที่ฮิตๆกันเช่นพวกปลาทอง ปลาหางนกยูง ปลาเทวดา ปลาคาร์ฟ ฯลฯ

งานอดิเรกอย่างหนึ่งของผมคือการเลี้ยงปลา ผมเริ่มเลี้ยงปลาตัวแรกตอนขึ้นม.1 เพราะมีเพื่อนในห้องมาเล่าให้ฟังว่าเลี้ยงปลาทอง ผมฟังแล้วอยากเลี้ยงบ้าง เลยขอตังค์แม่ไปซื้อตู้ใบพอเหมาะมาลองเลี้ยงปลาทองดู
แล้วตำนานการเลี้ยงปลาแบบสมบุกสมบันของผมก็เริ่มขึ้น

* * * * * * * * * * *
ส่วนใหญ่ผมจะเลี้ยงปลาทอง เพราะมันน่ารักดี และเลี้ยงค่อนข้างง่าย ไม่ค่อยตายเร็วเท่าไหร่
ผมจะเลี้ยงในตู้กระจก ตอนเริ่มแรกเป็นตู้เล็กๆ ต่อมาเริ่มซื้อตู้ใหญ่ขึ้น ปลาก็เยอะขึ้น
ช่วงเริ่มเลี้ยงแรกๆก็เอาใจใส่มันดีนั่นแหละ
พอเริ่มเรียนหนัก กลับบ้านเย็น ก็เริ่มขี้เกียจ ตู้ก็นานๆล้างที พอปลาตายก็ซื้อใหม่
ยิ่งพอเข้ามหาวิทยาลัย นานๆจะกลับบ้านที หน้าที่ดูแลปลาทั้งหลายจึงตกเป็นของพ่อแม่ผมไปโดยปริยาย
ผมจึงมีหน้าที่กลับไปดู (แต่ไม่แล) ปลาทองของผมเท่านั้น
* * * * * * * * * * *
ปีที่แล้วผมไปใช้ทุนที่อำนาจเจริญ ซึ่งเป็นจังหวัดเล็กๆ เงียบสงบ (แบบมากๆ)
ช่วงแรกเวลาว่างก็ไม่มีอะไรทำ นั่งๆนอนๆ ดูทีวี
จนวันหนึ่ง ผมกับเพื่อนขับรถผ่านร้านขายปลาสวยงามริมถนน ชื่อร้าน"ป.ปลา" ผมจึงลองแวะเข้าไปดูปลาเล่นๆ กะจะลองซื้อมาเลี้ยงเล่นเพลินๆ คุณป้าเจ้าของร้านก็ใจดี เห็นพวกผมเมียงๆมองๆแต่ไม่ซื้อ ก็บอกว่า แกยังมีร้านปลาอีกร้านนึง อยู่ในซอย ลองขับรถเข้าไปดู ลูกชายแกเฝ้าอยู่ ร้านนั้นใหญ่กว่าและมีปลาเยอะกว่า เผื่อจะสนใจ
ผมกับเพื่อนเลยเลี้ยวรถเข้าไปในซอยตามคำบอก ก็เจอร้าน"ป.ปลา"อีกร้านหนึ่ง
เจ้าของร้านเป็นชายหนุ่มใจดี ชื่อพี่ประหยัด (หรือพี่ขยันนี่แหละ จำไม่ได้แล้ว) พี่ประหยัดแกท่าทางดีใจที่พวกเราไปที่ร้าน คุณพี่เลยพาดูปลาในร้าน พาดูบ่อปลาต่างๆหลังบ้านแก และพาไปดูสวนหลังบ้าน ที่เลี้ยงนก เลี้ยงไก่ เลี้ยงกระต่าย อีกสารพัดสัตว์ พอเห็นพวกเราทำท่าสนใจ พี่ประหยัดเลยพาไปสวนข้างๆบ้าน ไปดูต้นไม้พันธุ์แปลกๆที่แกเพาะไว้ ท่าทางมีความสุขมาก
วันนั้นเลยจบลงที่ผมซื้อตู้ปลา และเครื่องออกซิเจนมา พร้อมทั้งซื้อปลามาเลี้ยงด้วยหลายตัว (ถ้าจำไม่ผิด จะเป็นปลาหางนกยูงนะ)
* * * * * * * * * * *

ปลาล็อตแรกของผมที่อำนาจ ท่าทางจะไม่ค่อยแข็งแรง ภูมิต้านทานน้อยไปนิด เลยค่อยๆทยอยไปสวรรค์
ผมจึงไปร้านป.ปลาอีก เพื่อซื้อปลาเพิ่ม และไปconsultพี่ประหยัดว่าทำไมปลามันตายง่ายจัง (ความผิดปลาอีกเนอะ -_-!)
คุณพี่บอกว่า มือใหม่ก็ยังงี้แหละน้อง ผมเลยเออออห่อหมกไปด้วย ไม่กล้าบอกว่าเลี้ยงปลามาเกือบสิบปีแล้ว (แต่ไม่ค่อยได้เลี้ยงเอง)
พอเพื่อนๆผมเห็นผมเลี้ยง หลายคนก็เลยเลี้ยงตาม ผมเลยพาเพื่อนๆไปที่ร้านป.ปลาอีก
หลังจากนั้น ผมก็กลายเป็นขาประจำร้านป.ปลาไป โดยพี่ประหยัดจะลงปลาล็อตใหม่ทุกวันอังคาร พอวันอังคารทีไร ถ้าผมว่าง ก็จะขับรถกับเพื่อนไปดูปลา บางทีก็ไม่ได้ซื้อหรอก ไปดูเฉยๆ สนุกดี (โรคจิตนิดๆ) คงเหมือนกับพวกผู้หญิง ที่ถึงจะไม่ซื้อเสื้อผ้า แค่ขอไปดูก็พอมั้ง
ไปบ่อยๆ บางทีก็แอบเขินพี่ประหยัดเหมือนกัน ว่าปลาตายอีกแล้วเหรอเรา
จนหลังๆซี้กับคุณพี่ ซื้อปลาหางนกยูง 3 ตัว 10 บาท พี่ประหยัดแกแถมลูกปลาตัวเล็กๆให้อีกเพียบ แถมสาหร่ายหางกระรอกให้อีกถุงเบ้อเริ่ม จนเกรงใจไม่กล้ารับ แต่คุณพี่บอกว่าเอาไปเหอะ ก็เลยรับมา
เวลาพวกเราไปร้านพี่ประหยัด ส่วนใหญ่จะแต่งชุดไปรเวท เสื้อยืด กางเกงขาสั้นไปกัน จนวันหนึ่ง มีตลาดนัดตอนกลางวันตรงข้ามโรงพยาบาล พวกเราพักเที่ยง เลยแต่งชุดยูนิฟอร์ม (เสื้อกาวน์ขาว)ออกไปเที่ยวตลาดนัดกันไปเจอพี่แกขายปลาอยู่ แกเลยทักว่า อ้าว เป็นหมอเหรอ พวกเราอายม้วนไปเลย เพราะไปร้านแกทีไร ก็หัวเราะกิ๊กกั๊กกัน ชี้ชวนดูปลา พูดจาบ๊องๆแบบเด็กปญอ. พอความจริงเปิดเผยเลยเขินกันใหญ่ หลังจากนั้นพี่แกเลยเรียกพวกเราว่าหมอตลอด
ต่อมาผมเริ่ม advanced ขึ้น ไปซื้อกะละมังพลาสติกใบใหญ่มาเลี้ยงปลาหางนกยูง ซื้อโหลสี่เหลี่ยมใบเล็กมาเลี้ยงปลานีออน ส่วนตู้เดิมใช้เสี้ยงปลาหมอสี
ส่วนเพื่อนผมก็ซื้อโอ่งมังกรใบย่อมมาเลี้ยงปลาหางนกยูงเหมือนกัน
พอเริ่มเชี่ยวชาญขึ้น ปลาก็ตายลดลง เลยไปร้านแกน้อยลง แต่ก็ไปบ้างเวลาไม่มีอะไรทำ
* * * * * * * * * * *
ตอนสิ้นปี ผมต้องย้ายจังหวัด ผมต้องย้ายของทั้งหมดใส่รถยนต์คันเดียว ขับจากอำนาจเจริญมาบ้าน ผมเลยต้องยกตู้ปลา กะละมัง และอุปกรณ์เลี้ยงปลาต่างๆให้พี่พยาบาลไป ใจนึงก็เสียดาย แต่ก็ไม่สามารถขนมาได้
ผมกับเพื่อนไม่ได้ไปบอกลาพี่ประหยัดเลย แกคงแปลกใจว่า ไอ้พวกหมอติงต๊องที่ชอบมาดูปลาแกแล้วไม่ซื้อเนี่ยหายไปไหนกัน...
