ช่วงนี้หลายๆคนกำลังมีความสุข สนุกสนานกับเทศกาลสงกรานต์ หลายคนไปเที่ยวเล่นสาดน้ำ หลายคนกลับภูมิลำเนาไปรดน้ำดำหัวพ่อแม่ แต่มีอีกหลายคนกำลังนั่งปวดหัวกุมขมับกับอนาคตที่ยังไม่แน่นอนของตนเอง นั่นคือน้องๆม.6 ที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยปีนี้นี่เอง
การสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีนี้ ใช้ระบบใหม่ ที่ไม่เหมือนระบบเดิมสมัยก่อน ระบบใหม่นี้มีทั้ง O-net A-net GPA อะไรต่อมิอะไรอีก ซึ่งผมก็ไม่ค่อยเข้าใจละเอียดนักหรอกครับ เพราะเลยวัยเอนทรานซ์มานานแล้ว (หุ หุความจริงเปิดเผย)
ผมไม่ค่อยได้ติดตามข่าวสารเรื่องนี้มากนัก แต่วันสองวันนี้ ได้ดูรายการถึงลูกถึงคน ที่มาถกปัญหาเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่กำลังมีปัญหาหนักกันอยู่ตอนนี้ แล้วก็ปวดหัวแทน และสงสารน้องๆม.6รุ่นนี้มากๆ ที่ต้องเอาอนาคตทั้งชีวิตมาฝากไว้กับระบบเฮงซวย ผู้ใหญ่ไร้ความคิด และอะไรอีกหลายๆอย่างที่มันไม่เข้ารูปเข้ารอย
...................................
สมัยผมเรียน นักเรียนรุ่นผมนิยมไปสอบเทียบม.6 กัน บางคนสอบได้ตั้งแต่จบม.4 ไม่ต้องเรียน ม.5-6 ก็เอนท์ติด เข้าไปเรียนมหาวิทยาลัยได้ แต่ส่วนใหญ่จะสอบเทียบได้ตอนม.5 แล้วเอนท์ติดเลย ไม่ต้องเรียนม.6
ห้องของผมเอนท์ติดตั้งแต่ม.5กันเกือบยกห้อง คนที่อยู่ต่อม.6เลยเหงาๆ เพราะเพื่อนไปหมดแล้ว แต่เพื่อนผมที่อยู่ม.6ก็เล่าให้ฟังว่า อยู่เรียนต่อม.6มันมีอะไรดีๆกว่าที่คิด กับชีวิตนักเรียนที่โตที่สุดในโรงเรียน ทำอะไรก็ไม่ค่อยมีใครว่า ครูบาอาจารย์ก็สนิทเพราะอยู่ด้วยกันมานาน แถมช่วงใกล้เอนท์ อาจารย์ก็ปล่อยๆให้ไปอ่านหนังสือเอนท์ ไม่ค่อยเข้มงวดนัก
การสอบเอนทรานซ์สมัยผม มีการสอบแค่ครั้งเดียว เป็นการสอบครั้งเดียวที่ชี้ชะตาว่า ใคร... จะได้ไปต่อ
การเลือกคณะก็เลือกก่อนสอบ สอบเสร็จก็ต้องลุ้น ไม่ได้รู้ผลคะแนนก่อนแล้วค่อยสมัครเหมือนเดี๋ยวนี้
บางคนว่าระบบแบบนี้ไม่ดี สอบครั้งเดียวจะมาวัดอะไรเด็กคนนึงได้ แต่สำหรับผม ชอบแบบสอบครั้งเดียวมากกว่า จะได้รู้กันไปเลย ไม่ต้องมานั่งเครียดตลอด 3 ปี
การที่เอาเกรดสะสมม.4-6มาคิดคะแนนรวมด้วย ก็ฟังดูดีนะครับ (ถ้าไม่คิดเรื่องมาตรฐานการตัดเกรดของโรงเรียนแต่ละแห่ง) เด็กๆจะได้ตั้งใจเรียนในห้อง ไม่ต้องไปเรียนพิเศษเสริมให้วุ่นวาย แต่ในความเป็นจริงแล้วผมว่าเด็กมันเครียดเรียนพิเศษมากกว่าเดิมอีก เพราะต้องทำให้ดีทั้งในห้อง และการสอบรวมปลายปี
โดยส่วนตัว ผมสงสารเด็กที่เรียนไม่เก่ง หรือเด็กเกเรแต่กลับใจตอนท้าย เด็กพวกนี้คะแนนในห้องคงไม่ดี มา speed ตอนหลังก็คงไม่ทัน ว่าแล้วก็นึกถึงรุ่นผม ที่บางคนเรียนในห้องก็งั้นๆ แต่มีความรู้รอบตัวดี ไหวพริบดี ว่าง่ายๆคือแอบฉลาดนั่นแหละ โดยไม่ค่อยมีคนรู้ สุดท้ายพวกเสือซุ่มพวกนี้ก็เอนท์ติดคณะดีๆกันไป
...................................
สมัยก่อน การประกาศผลเอนทรานซ์ มีการส่งจดหมายไปตามบ้าน บางคนก็ไปจุดเทียนไขส่องที่บอร์ดประกาศตั้งแต่เที่ยงคืนกันเลย คลาสสิคมากๆ
ต่อมาเริ่มทันสมัย มีลงประกาศรายชื่อทางหนังสือพิมพ์ มีเช็คทางโทรศัพท์ ทางโทรทัศน์ที่จะมีรายชื่อวิ่งๆตรงข้างล่างจอ
สมัยผมเริ่มมี internet ใช้ จึงมีเวปให้ search ดูได้
แต่ที่ผมว่าคลาสสิคที่สุด ก็คือประกาศทางไปรษณีย์นี่แหละ
ช่วงนั้น เด็กม.ปลายเกือบทุกคน(ที่ยังไม่รู้ผล) จะไปนั่งหน้าบ้าน รอคุณบุรุษไปรษณีย์ทุกวัน ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น เวลาเสียงมอเตอร์ไซค์ผ่านหน้าบ้านทีไร ได้วิ่งออกไปชะเง้อดูทุกที ยิ่งมาแวะที่บ้านเราด้วย ผมจะแจ้นออกไปเลยครับ ว่ามีซองจากทบวงจ่าหน้าถึงผมมาด้วยหรือเปล่า พอได้ซองมา อย่างแรกที่ทำคือยกขึ้นส่องดูข้างใน ข้างเห็นเงาขยุกขยุยยาวๆก็เตรียมดีใจได้เลยว่าติด แต่ถ้าข้อความสั้นๆละก็ เตรียมเศร้าได้ เพื่อนผมบางคนรอแล้วรอเล่า คุณบุรุษไปรษณีย์ก็ไม่มาเยี่ยมบ้านสักที อดรนทนไม่ไหว ต้องบุกถ้ำเสือ คือไปที่ไปรษณีย์ด้วยตัวเองเลยก็มี
เดี๋ยวนี้เกือบทุกบ้านมี internet เด็กๆจึงใช้ดูจากเวปเอา แต่เทคโนโลยีทันสมัย ในประเทศที่ไม่ค่อยทันสมัยอย่างบ้านเรา จะไปไว้ใจอะไรมันได้ ได้ข่าวว่าเปิดดูกระหน่ำจน server ล่มกันเลย
...................................
เราคงไม่สามารถชี้ชัดลงไปได้ ว่าการรับสมัครสอบแบบไหนดีกว่ากัน ทุกแบบมีข้อดีข้อเสีย แต่เรื่องที่ต้องคิดให้รอบคอบก่อนเอาระบบไหนมาใช้คือ คุณ...(ผู้ใหญ่ผู้โตทั้งหลาย) พร้อมหรือยังกับการเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่ใช่จะเอาเด็กๆมาเป็นหนูลองยา อนาคตของพวกเขานะครับ
ยังไงผมก็ขอเอาใจช่วยทุกฝ่ายให้ปัญหานี้สามารถแก้ไขไปได้ครับ และยินดีล่วงหน้ากับน้องๆที่เอนท์ติด ส่วนน้องๆที่ไม่ติดก็อย่าเพิ่งเสียใจ จะเรียนที่อื่นหรือเรียนเอกชนก็ยังมีที่ว่างสำหรับทุกคน
สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ

สุขสันต์วันสงกราน์ค่ะ
แฮปปี้วันสงกรานต์เดย์น้า....
น่าสงสารน้อง ๆ นะคะ ที่ตั้งใจเรียนมาตลอดเวลาสามปีเพื่อทึ่จะได้เข้าไปเรียนในมหาลัยที่ตัวเองฝันไว้ แต่สุดท้ายก้อมีผู้ใหญ่ที่หวังดี (หรืเปล่า) ใช้ระบบที่ไม่ได้เรื่องมาทำให้น้อง ๆ ต้องผิดหวังกันเป็นแถบ ๆ ก้อหวังเป็นอย่างยิ่งนะคะว่าปัญหาจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น