-1-
4 วันที่ผ่านมา ผมและเพื่อนๆรวม 4 คน ได้หลบอากาศร้อนของเมืองไทย ไปเดินเล่นเย็นใจอยู่ที่เกาหลี-เมืองแห่งหมูกระทะ กิมจิ และความขาววว
พวกผมไปกับทัวร์ โดยมีครอบครัวใหญ่อีก 2 ครอบครัวเป็นเพื่อนร่วมทริป สมาชิกทั้งทัวร์ก็ประมาณ 20 คน มีตั้งแต่เด็กเล็กวัยเช้ามืด ไปจนถีงอาม่า และคุณยายวัยดึก
ทริปนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "เกาหลี ย้อนรอยละครดัง 5 วัน" ( จริงๆแล้ววันแรกนัดเจอกัน 5 ทุ่มครึ่ง เครื่องออกจากดอนเมืองวันที่สองตอนตี 1 พี่ทัวร์แกยังอุตส่าห์นับเป็นอีก 1 วัน โกงเวลาจริงๆ )
คนที่ได้อ่านชื่อทริป คงคิดว่า ไอ้หมอนี่คงบ้าละครเกาหลีจัด ถึงกับไปตามรอยละครดัง ผมเลยขอออกตัวไว้ก่อนว่า ผมไม่ใช่แฟนหนังเกาหลีนะครับ เคยดูบ้างประปราย เช่นเรื่อง My Brother ที่เคยเขียนถึง ละครซีรี่ย์ที่ดูจนจบจริงๆมีแค่ 2 เรื่อง คือ Full House กับ นายติ่มซำ อะไรนี่แหละ (จำไม่ได้แล้ว ไม่ค่อยสนุกอะ) ส่วนแดจังกึม ก็ดูบ้างไม่ดูบ้าง
ที่ตัดสินใจไป เพราะช่วงเวลาลงตัว ประกอบกับอยากเที่ยวเกาหลีอยู่แล้ว และสถานที่เที่ยวก็ประมาณตามรอยละครดังมันทุกทัวร์
-2-
ช่วงที่ไปเที่ยว อากาศกำลังดี ออกเย็นๆ ไม่หนาวจนแข็งเป็นหิมะ ไม่ร้อนจนตับแตก แต่เย็นๆพอใส่เสื้อ 2 ตัวอยู่
สถานที่เที่ยวไฮไลท์ของทริปนี้ คือ เกาะนามิ (ที่ถ่ายละคร Winter Love Song) , เขาโซรัค , วอรัคซาน , อาบน้ำแร่เมืองทันยาง , เอเวอร์แลนด์ , พระราชวังเคียงบ็อค , โรงถ่ายแดจังกึม! และบ้าน Full House !!
โอ้แม่เจ้า ชาวเกาหลีนี่เข้าใจเล่นแฮะ รู้ว่าคนไทย คนญี่ปุ่น คนจีน คนสิงคโปร์ และอีกหลายประเทศในเอเชียบ้าละครเกาหลี บ้าเบ ยอง จุนก็เลยเอามาเป็นจุดขาย ทำที่เที่ยวเก็บตังค์มันซะเลย เชิบ เชิบ
เกาะนามิสวยมากครับ ต้นไม้สวย อากาศดี ช่วงที่ไปมีงานเทศกาลหนังสือเด็กด้วย น่ารักดี สองข้างทางก็มีร้านอาหาร ร้านขายของที่จัดร้านได้สุดเก๋หลายร้าน
ที่ที่ผมประทับใจอีกที่คือเมืองทันยาง พวกผมพักที่ Tanyang Daemyung ที่นั่นผมได้แก้ผ้าต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งแรก! อย่าเข้าใจผิดครับ ผมได้ลงแช่ในบ่อน้ำแร่ของโรงแรม มีมากมายหลายบ่อ ทั้งบ่อร้อน บ่อเย็น บ่อกลิ่นMint! และอย่าตาร้อนครับ เพราะมันแยกชายหญิง ผมเลยเห็นแต่กล้วยหอมกลิ่นกิมจิเต็มไปหมดเลย -_-!
แหล่ง Shopping ก็มีมากมายหลายที่ ส่วนใหญ่แพงกว่าเมืองไทย แต่บางอย่างก็ถูกกว่า เห็นเพื่อนสาวขาช็อปผมไปเหมา "อีตูด" ( Etude-เครื่องสำอางสัญชาติเกาหลี ) มาเพียบ
-3-
ไฮไลท์อีกอย่างของทริปเกาหลี คือ "อาหาร"
ตั้งแต่แดจังกึมดัง คนไทยก็เริ่มอยากกินอาหารเกาหลีกันมากขึ้น อาหารเกาหลีที่ผมได้ไปกิน ส่วนใหญ่หน้าตาคล้ายๆกัน คือเป็นหม้อหรือกระทะ แล้วใส่หมู หรือไก่ และบรรดาสารพัดผัก เห็ดต่างๆ ลงไปต้ม ผัด ย่าง และมีชื่อเรียกต่างๆกัน รสชาติก็ออกแนวเดียวกัน และที่ขาดไม่ได้คือ "กิมจิ"
อาหารทุกมื้อจะมีไอ้เจ้ากิมจิ--ผักดอง เปรี้ยว เค็ม เผ็ด เป็นเครื่องเคียงตลอด ถ้าไม่ได้กินคงจะเหมือนกินข้าวผัดไม่ใส่พริกน้ำปลา กินส้มตำไม่ใส่ปลาร้า เดี๋ยวไม่นัว คุณไกด์ท้องถิ่นบอกว่า แม่บ้านชาวเกาหลีทุกคนต้องทำกิมจิเป็น คุณไกด์โม้ต่ออีกว่า ที่คนเกาหลีไม่เป็นไข้หวัดนกเพราะกินกิมจินี่แหละ อืม...น่าจะให้นักวิทยาศาสตร์ไทยเอามาสกัดทำกิมจิวัคซีนเนอะ
-4-
อีกอย่างที่ผมประทับใจมาก คือผู้คนที่นี่ ไม่ได้ประทับใจนิสัยใจคออะไรหรอกครับ เพราะคุยกันไม่รู้เรื่อง แต่ที่ประทับใจคือ เอ่อ...ความขาว ความขาวนวลของผิวพรรณชาวเกาหลีขาวแบบไม่ต้องซื้อไว้ท์เทนนิ่งให้เปลืองตังค์ ทำให้บรรดาหนุ่มไทยแบบผมอ่อนระทวย >o<
คนเกาหลีขาวได้ใจจริงๆครับ ไกด์บอกว่าคนเกาหลีขาวเพราะกินกิมจิ ! แต่หน้าตาค่อนข้างเรียบ (สาวๆข้างผมบอกว่าหน้าจืด) ไกด์ท้องถิ่นคนเดิมเล่าว่า สาวเกาหลีที่เห็นน่ารักๆแบบนี้ จริงๆแล้วแต่งหน้ากันมาก ทำศัลยกรรมกันมาก ถ้าไปล้างเครื่องสำอางออก อาจจำไม่ได้
เด็กน้อยชาวเกาหลีก็น่ารักมากๆ อ้วนท้วน ตัวขาว แก้มแดง น่ารักมากๆ จนอยากจะหิ้วใส่กระเป๋ามากอดเล่นที่บ้าน แต่กลัวโดนจับแบบข่าวอุ้มฝาแฝดที่เมืองไทย
-5-
คุณไกด์ทริปนี้มี 2 คน คือไกด์คนไทย ไกด์ท้องถิ่นชาวเกาหลี(พูดภาษาไทยได้) และผู้ช่วยไกด์ที่ทำทุกอย่าง ตั้งแต่เบ๊คอยยกของ ยันช่างถ่ายรูป
คุณไกด์เกาหลีแกไม่ค่อยเล่าประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่ไปเท่าไหร่นัก แต่แกออกแนวสังคม วัฒนธรรม แกจะชอบเล่าเรื่องชีวิตรันทดของตัวแกเอง ความรันทดของชายหนุ่มเกาหลีที่ต้องเกณฑ์ทหารทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งลูกประธานาธิบดี และวอน บิน! ความรันทดของหญิงชาวเกาหลีที่ต้องปรนนิบัติสามี ความรันทดของเด็กม.ปลายที่ต้องสอบ Entrance อย่างบ้าคลั่ง ฯลฯ ฟังไปฟังมาเริ่มเครียด นี่พี่แกเป็นไกด์หรือเป็นหงา คาราวานกันแน่ฟระ เพื่อชีวิตสุดๆ
คุณผู้ช่วยไกด์เป็นหนุ่มวัยรุ่น คอยเทคแคร์ลูกทัวร์อย่างดี และชอบมาถ่ายรูปให้ แต่เพื่อนผมไปมาแล้วหลายทริป เลยกระซิบว่า เขาถ่ายแล้วจะเอารูปมาขายตอนจะกลับนะโว้ย ถ้าไม่ซื้อรูปอาจจะอับอายได้ ดังนั้นถ้าเห็นไอ้หนุ่มนี่ถือกล้องเดินดุ่มๆเข้ามา พวกผมจะทำเนียนเดินหนีไป
-6-
4 วันแห่งความสนุก 4 วันแห่งการผ่อนคลาย 4 วันที่ไม่ต้องคิดมาก--เที่ยว กินลูกเดียวตามคำสั่งไกด์ ได้จบลงแล้ว
วันนี้ผมกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง กลับมาทำงานแล้ว ในสถานที่ทำงานใหม่ บรรยากาศใหม่
ผมจะจดบันทึกเกาหลี--กิมจิที่กินทุกมื้อ ไก่ผัดกระทะสุดอร่อย วิวสุดสวย และสาวเกาหลีกับความขาว--ไว้ในไดอารี่ที่มีรอยหยักของผมตลอดไป
ปล. ชักเริ่มอยากดูซีรี่ย์เกาหลีขึ้นมาตงิดๆแล้ว
....................................

อาหารเกาหลีมื้อแรก กินกันจนพุงกาง

แอบจับแก้มแดจังกึมที่Daejanggeum Theme Park เมืองยางจู

ยืนเก๊กแบบเบ ยอง จุน ที่เกาะนามิ วิวสวยมากๆ

สาวๆเกาหลีแย่งกันลูบคลำอนุสาวรีย์พระเอก-นางเอก Winter Love Song ที่เกาะนามิ (ฮ่วย! ดังขนาดมีอนุสาวรีย์อะ คิดดู)

ไหว้พระที่วัดชินฮันซา วัดเก่าแก่กว่าพันปี ที่เขาโซรัค

บ้าน Full House ชาวกิมจิหัวเซ็งลี้ พอละครจบก็มาเปิดให้ดู หลอกเก็บตังค์พวกบ้าละคร(ด่าเฉี่ยวหัวตัวเองไปหน่อย)
....................................