-1-
เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา ผมได้ไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆสมัยเรียนมหาวิทยาลัย การได้เจอเพื่อนเก่า หัวข้อที่คุยกันนอกจากเรื่องการทำงาน เรื่องสัพเพเหระต่างๆแล้ว เรื่องราวในอดีตสมัยเรียนเป็นสิ่งหอมหวานที่คุยกันทีไรก็สนุกเมื่อนั้น
คุยไปคุยมาก็นึกถึงร้านอาหารในตำนานของชาวศิริราชนั่นคือร้าน"แม่ด่า" ...อ่านไม่ผิดหรอกครับ ร้านชื่อร้าน"แม่ด่า" จริงๆ
-2-
จริงๆแล้วร้านนี้ไม่มีชื่อร้าน (หรือมีก็ไม่ทราบได้ แต่ไม่มีป้ายชื่อร้านติด) เป็นรถเข็นขายก๋วยเตี๋ยวสารพัด ตั้งอยู่ริมถนน ตรงข้ามประตูตรงER (แผนกอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน) แต่พวกเราเรียกกันติดปากว่าร้าน"แม่ด่า" (ไม่รู้เจ้าของร้านรู้รึเปล่า แต่เรียกกันมานานมากๆแล้ว)
ไม่รู้ว่าร้านนี้เปิดขายมานานเท่าไหร่แล้ว ไม่กล้าถาม แต่เดาเอาว่าน่าจะเกิน10กว่าปีขึ้นไป เพราะตอนผมอยู่ปี1 (ซึ่งก็เกือบจะ10ปีแล้ว) ก็เห็นร้านนี้แล้ว และได้ยินรุ่นพี่เก่าแก่เล่าให้ฟังถึงตำนานของร้านนี้
ร้านนี้ขายอาหารจำพวกก๋วยเตี๋ยว มีทั้งหมู น่องไก่ตุ๋น เป็ด ทะเล พร้อมทั้งเครื่องเคียงสารพัด เช่น ปลากรอบ เครื่องทอด (พวกลูกชิ้น เกี๊ยวกรอบ) เย็นตาโฟ ลูกชิ้นหลากสไตล์ หลังๆมีขายข้าวหน้าเป็ดด้วย โอย... เริ่มน้ำลายไหล
เวลาสั่งก็จะสั่งผสมปนเป mix&match ยังไงก็ได้ แล้วแต่ความครีเอท เช่น มาม่าเย็นตาโฟทะเลเกี๊ยวกรอบ เส้นใหญ่น่องไก่เครื่องทอด บะหมี่ต้มยำทะเล เป็นต้น ส่วนเมนูประจำของผมคือ มาม่าเป็ดปลากรอบร้านนี้ราคาค่อนข้างแพงกว่าร้านทั่วไป โดยราคาเริ่มต้นที่ 25 บาท(ไม่แน่ใจ ไม่เคยสั่งแบบธรรมดา) นอกนั้นก็บวกเพิ่มตามoptionพิสดารที่สั่ง มีคนเล่าว่า เคยสั่งบะหมี่"ใส่ทุกอย่าง" 1 ชาม ได้บะหมี่ในชามยักษ์น้องๆกาละมัง กินจนหน้ามืด ราคาหลายสิบ (สงสัยจะเฉียดร้อย)
-3-
เอ แล้วทำไมถึงชื่อร้าน"แม่ด่า"ล่ะ หลายคนเริ่มสงสัย
ร้านนี้จะเป็นธุรกิจในครัวเรือน มี"แม่" เป็นคนทำก๋วยเตี๋ยว มี"พ่อ"ช่วยเสิร์ฟน้ำและจัดโต๊ะ มี"ลูกสาว" 2 คนช่วยเสิร์ฟ บางวันมาคนเดียว มาวันมาสองคน และมี"ลูกชาย"อีกหนึ่งคน
ตอนผมเข้าปี1 ได้ข่าวว่าลูกชายตายไปแล้ว ถูกยิงตาย ไม่ทราบจริงเท็จเพียงใด
วันดีคืนดี คนมานั่งร้านก๋วยเตี๋ยว จะได้ยินเสียงทะเลาะกันของพ่อแม่ลูก พ่อด่าแม่ แม่ด่าพ่อ แม่ด่าลูก ลูกด่าแม่ โอย จับคู่ไม่ไหว
ด่านี่ด่ากันจริงๆนะครับ ไม่ใช่แค่พูดแรงๆใส่กัน แต่ด่ากันแบบผรุสวาท ไอ้เอี้ย ไอ้อ่า กันเลยครับ บางทีด่ากันมากๆ แม่จะเริ่มร้องไห้แล้วตัดพ้อ "มึงอยากให้กูตายใช่มั้ย" เป็นต้น ด่าไปก็จ้วงเครื่องก๋วยเตี๋ยวไป แบบไม่ให้กระทบกับงาน -_-! ยิ่งวันไหนแม่ร้องไห้ไปทำก๋วยเตี๋ยวไป จะได้เยอะเป็นพิเศษ
แค่นั้นไม่พอนะครับ นอกจากด่ากันเองในครอบครัวแล้ว ยังด่าลูกค้าด้วย! ไม่สนว่าจะเป็นใคร ใส่ชุดหมอมาก็ไม่เว้น โดยเฉพาะคนพ่อเนี่ย ผมเจอมากับตัวเลย
คือพ่อเนี่ย จะเป็นคนอารมณ์ร้อน และหงุดหงิดง่ายครับ ถ้าลูกค้าย้ายเก้าอี้จากโต๊ะอื่นมานั่งรวมกันหลายๆคน ก็จะโดนด่า (ต้องนั่งโต๊ะละ 4 คนเท่านั้น เพื่อความเรียบร้อย) ถ้านั่งแช่กินกันนานๆก็โดนด่าอีก วันนั้นผมและเพื่อนหลายคนไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวแม่ด่ากัน ด้วยความเป็นปี1 ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร ก็กินไปเม้าท์ไป ไม่เสร็จซักที พ่อก็เริ่มปึงปัง มาเช็ดโต๊ะ เก็บแก้วกระแทกของ แล้วบ่นลอยๆ(ดังมาก)ว่า "ก๋วยเตี๋ยวชามเดียว แดก2-3นาทีก็เสร็จแล้ว นั่งกันอยู่ได้" อารมณ์นั้นไม่โกรธนะครับ แต่อึ้ง ตั้งรับไม่ทัน เลยรีบกินรีบหนีกระเจิงกันออกมา
นอกจากนั้น ร้านนี้ยังมีกฎแปลกประหลาดอีกครับ เช่น ห้ามสั่งอาหารปากเปล่า ต้องเขียนใส่กระดาษเท่านั้น (อย่างกับพยาบาลรับ order แพทย์เลย -_-! ) ถึงกับมีป้ายติดไว้เลยครับ ถ้าใครแปลกถิ่นไม่รู้ มายืนสั่งปาวๆละก็ เจอดีแน่ "อ่านป้ายด้วยซีค้า ไม่เห็นหรือไง" อันนี้พอรับได้ ว่ากลัวจะจำรายการได้ไม่หมด เดี๋ยวทำผิด
แต่อีกกฏที่น่ากลัวมากๆ และฮามากๆ คือที่รถเข็นจะมีป้ายติดไว้ว่า "อย่าคุยนาน" จริงๆนะครับ ติดป้ายเขียนว่าอย่างนี้จริงๆ ผมเห็นป้ายนี้แล้วฮาแตกเลยครับ ร้านอาหารอะไรเขียนป้ายไล่ลูกค้าแบบนี้ ยังกับกินในค่ายทหารเลย
น้ำแข็งเปล่าร้านนี้แก้วละ 2 บาทนะครับ กินหมดแล้วอยากเติมต้องลุกเดินไปเทเอง ไม่มีบริการหรือมีเหยือกวางไว้ให้ที่โต๊ะ
ร้านนี้จะเปิดขายตอน3ทุ่มครึ่ง ขายไปเรื่อยๆจนถึงประมาณตี2 ก็เริ่มหมด
ลูกค้าก็จะไปยืนรอตั้งแต่เริ่มจัดร้าน ยิ่งดึกคนยิ่งแน่น โดยเฉพาะวันศุกร์ช่วงฤดูทำธง (ธงมหิดล) คนจะเยอะเป็นพิเศษ ต้องไปยืนรอโต๊ะเหมือนเล่นเก้าอี้ดนตรีเลยครับ ส่วนวันธรรมดาช่วงดึกๆ หลังเที่ยงคืน ก็จะมีหมอ พยาบาล นักศึกษาแพทย์ที่เพิ่งลงเวร มากินกันเพียบ หรือพวกอยู่หอ หิวๆก็มากินกัน
-4-
อ่านมาถึงตรงนี้แล้วงงมั้ยครับ ว่าร้านอาหารแบบนี้มันมีในโลกด้วยหรือ ร้านที่ไม่ง้อลูกค้าไม่พอ แถมด่าลูกค้าอีก แล้วคนยังจะไปกินกันแน่นร้านอีก
แรกๆผมก็คิดเหมือนกันครับ หลังจากโดนด่า และกลับมาตั้งสติได้แล้ว ก็คิดว่าจะไม่ไปกินให้โดนด่าอีก เพื่อนหลายคนก็ตั้งปณิธานว่าจะไม่เหยียบร้านนี้แน่ๆ แต่สุดท้าย ก็กินกันจนเรียนจบโน่นเลยละครับ
ไม่ใช่พวกผมเป็นมาโซคิสม์ (masochism) ชอบความเจ็บปวด ชอบถูกด่านะครับ ผมคิดว่าเพราะร้านนี้เปิดดึก พวกหมอก็กินข้าวไม่ค่อยเป็นเวลาเหมือนชาวบ้านอยู่แล้ว คู่แข่งร้านก๋วยเตี๋ยวข้างๆก็ไม่อร่อยเท่า (แถม 2 ร้านยังทะเลาะกันอีก เวรกรรม!) จะกินของเซเว่นก็ไม่อิ่มท้องเท่า ประกอบกับรสชาติอร่อย และพอโดนด่าหรือเห็นเขาด่ากันนานๆเข้าก็เริ่มชิน เริ่มรู้กฏว่าต้องทำยังไงไม่ให้โดนด่า เริ่มสนุกไปกับการดูเขาด่ากัน เหมือนดูละครช่อง7 หลังๆพอเห็นแม่ด่ากับพ่อ ก็เงียบกริบกันใหญ่ (จริงๆแล้วหูผึ่ง แอบฟังกัน) กินเสร็จแล้วก็เอาไปเม้าท์เป็นเรื่องขำๆกันไป
ต่อมาคนพ่อเริ่มบวมขึ้นๆจนสังเกตได้ คนไปกินก็เริ่มสังเกตเห็น (ก็หมออะนะ) แต่สงสัยไม่มีใครกล้าไปบอกเขา จนได้ข่าวว่าพ่อมาตรวจที่ER แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร (ความลับของคนไข้) จนพ่อมาAdmit และเสียไป ตอนพ่อเสียนี่น่าจะรู้กันไปทั่วนะ เพราะร้านปิดยาว
หลังจากนั้นร้านแม่ด่าก็เริ่มเปิดน้อยลง บางครั้งเปิดวันเว้นวัน บางคราวหยุดไปหลายวัน แบบตามใจฉัน จนล่าสุดปีที่แล้วเห็นคนที่กลับไปกินบอกว่าเปิดแค่อาทิตย์ละวัน
จนตอนนี้ได้ปิดตัวอย่าง(น่าจะ)ถาวรแล้ว เลิกมาขายหลายเดือนแล้ว ผมคิดไปคิดมาก็เสียดาย อุตส่าห์หมายมั่นปั้นมือว่าตอนกลับไปเรียนต่อต้องไปกินให้ได้ คิดถึงรสมือของแม่ คิดถึงความตื่นเต้นตอนไปนั่งว่าจะทำอะไรผิดจนโดนด่าหรือเปล่า คิดถึงมาม่าเป็ดปลากรอบ
ขอไว้อาลัยกับการจากไปของร้านก๋วยเตี๋ยวแม่ด่า ร้านในตำนานของชาวศิริราช หวังว่าจะกลับมาขายอีกนะครับ
