2007/Jan/17

-1-

เวลาคนเราทำอะไร ส่วนใหญ่มักหวังผลตอบแทน ทั้งผลตอบแทนที่จับต้องได้ และจับต้องไม่ได้

สำหรับผม ผลตอบแทนที่จับต้องได้ก็เหมือนคนอื่นๆ คือเงิน ทั้งเงินเดือน เงินเวร เป็นต้น ส่วนผลตอบแทนที่จับต้องไม่ได้ คือเวลาเห็นคนไข้มารักษาแล้วดีขึ้น ถ้าเป็นโรคทั่วๆไป เช่นเป็นหวัด ปวดเมื่อย จะค่อนข้างเฉยๆ แต่ถ้าเป็นโรคที่ค่อนข้างซับซ้อน ต้องสืบค้นกว่าจะเจอสาเหตุ หรือโรคที่ไม่ซับซ้อน แต่รักษายากๆ ต้องเอาใจใส่มาก พอคนไข้หายจะรู้สึกดีเป็นพิเศษ ทั้งดีใจกับคนไข้ และดีใจกับตัวเอง (โล่งอก หายซะที!)

แต่ผลตอบแทนบางอย่าง ที่ไม่เคยคิดว่าจะได้รับ แต่พอได้แล้ว รู้สึกชุ่มชื่น และดีใจมาก ประมาณแอบอมยิ้มในใจ นั่นคือ "น้ำใจ" จากคนไข้

ทั้งน้ำใจที่แสดงออกมาในรูปคำชม หรือของขวัญเล็กๆน้อยๆ (ไม่ใช่เงิน เพราะผมไม่รับเงินจากคนไข้)

-2-

เคยมีเพื่อนมาเล่าในเวบบอร์ดรุ่น ถึงเรื่องของขวัญที่คนไข้เอามาฝาก อ่านแล้วก็อมยิ้ม ส่วนใหญ่ได้เป็นขนม ของกิน ผลไม้ ทั้งที่ซื้อหามา และก็ปลูกเอง บางคนได้พระเครื่องจากหลวงตา เพื่อนอีกคนบอกว่ายายซื้อก๋วยเตี๋ยวข้างโรงพยาบาล แล้วยกมาให้เองเป็นชามเลย :)

ส่วนผมก็เคยได้เป็นขนม ของกินประมาณนั้น

ล่าสุด 2 วันก่อน ไปกินบะหมี่เกี๊ยวแถววัดข้างๆโรงพยาบาลกับเพื่อน พอลงรถก็จำได้ว่าอาบังที่ขายโรตีอยู่ เคยพาเมียมา admit เพิ่งให้กลับบ้านไป ตอนเมียนอนโรงพยาบาล อาบังก็เอาโรตีมาฝากพยาบาลด้วย พออาบังเห็นผม ก็ยกมือไหว้ใหญ่ ผมก็ตกใจว่าจำผมได้ด้วยหรือ ตอนนั้น 3ทุ่ม ใส่เสื้อยืด กางเกงขาสั้น หน้าตามึนๆ

อาบังบอกว่าวันนี้จะให้โรตีผมฟรี2ชิ้น ผมบอกว่าไม่เอาหรอก เกรงจาย (แบบแรพเตอร์อะ :P) อาบังไม่ยอม ผมเลยบอกว่า งั้นผมอุดหนุน 2 ชิ้นนั้นละกัน อาบังยังคาใจ บอกว่างั้นซื้อ 2 จะแถมให้อีก 2 ผมไม่รู้จะทำไงดี เลยตกลงไป พอทอดเสร็จ ได้มา 4 อัน (ปกติอันละ 5 บาท) ผมให้แบงค์ 20 ไป บอกว่าไม่ต้องทอน อาบังพยายามจะยัดเงินทอนให้ผม ผมเลยรีบชิ่งมาแบบยิ้มๆ ... โอ เล่าซะละเอียดเลยแฮะ

พอมานั่งสั่งบะหมี่ปุ๊บ ร้านหอยทอดข้างๆ ที่เป็นแม่ของเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล ก็เอาหอยทอดมาให้ฟรีอีกจานแบบไม่ทันตั้งตัว ยกมือไหว้แทบไม่ทัน เพื่อนยังแซวเลยว่า เดี๋ยวร้านข้าวต้มข้างๆเห็นเหตุการณ์แล้วจะกลัวน้อยหน้า เอาข้าวต้มมาให้ฟรีอีกชาม

สรุปวันนั้น ไปกินบะหมี่ แต่ได้โรตี กับหอยทอดพ่วงมาด้วย... อิ่มซะ

-3-

น้ำใจเหล่านี้เป็นสิ่งที่หายากในสังคมปัจจุบัน ที่ความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์ กับคนไข้แย่ลงเรื่อยๆ คนไข้ก็เรียกร้องจากแพทย์ อยากให้แพทย์ตรวจดีๆ อยากได้ยาแพงๆ อยากได้หมอพูดเพราะๆ อยากให้หมอตรวจเรานานๆ แพทย์ก็งานหนักสังคมจับตามอง ทำงานไปบางครั้งก็กลัวคนไข้ฟ้อง ตื่นเช้ามาขึ้นหน้าหนึ่งแบบไม่รู้ตัว ยิ่งพวกข่าวคนไข้รักษาแล้วมีปัญหานี่ชอบลงนัก ตามเวบบอร์ดก็ด่าหมอกันเละ

ทุกอาชีพก็เหมือนกัน แพทย์ที่แย่ๆก็มีจริงนั่นแหละ แต่แพทย์ดีๆก็เยอะ พอโดนบ่อยๆก็เซ็งไปด้วย กลายเป็นแฟชั่นชอบด่าหมอกันตามเวบบอร์ดไปแล้ว เหมือนกับที่ตำรวจ นักการเมือง พระ เคยโดนมาก่อน ความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับคนไข้เลยถ่างออกเรื่อยๆ

-4-

เริ่มต้น Happy แต่ลงท้ายซีเรียสไปหน่อยนะครับ

ที่เล่ามาผมก็ไม่ได้อยากจะได้ของขวัญอะไรจากคนไข้หรอกครับ ที่อยากได้คืออยากให้หมอกับคนไข้ให้น้ำใจต่อกัน ทุกคนก็จะมีความสุข Happy Ending ทุกฝ่าย

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ผมคงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะลงมือรักษาใครจริงๆได้ แต่อ่านแล้วประทับใจครับ

สถานการณ์ที่คนไข้ฟ้องหมอตอนเรียนอยู่อาจารย์ก็เตือนอยู่บ่อยๆ รู้สึกกลัวเหมือนกันครับ เพราะเหมือนกับว่าไม่ว่าทำอะไรขาก็อยู่ในตารางไปข้างนึงแล้วทุกทีไป ไว้วันหลังต้องขอคำแนะนำแล้วครับ ว่าหมอต้องระวังอะไรบ้าง
#1  by  เชน หยินและหยาง At 2007-01-17 18:09, 
จบเครียดไปน้า เอาแบบแฮปปี้ทั้งดุ้นไม่ได้รึไง
#2  by  ต่ายน้อย (222.123.49.242) At 2007-01-17 18:18, 
อ่านแล้วมีความสุขเล็กๆตามไปด้วยค่ะ
ผลตอบแทนที่ไม่ใช่ตัวเงิน
บางทีก็จูงใจในการทำงานได้ดีนะคะ

#3  by  ~ C r e a m ~ At 2007-01-17 18:58, 
อ่านเอนทรี่วันนี้แล้วมีอมยิ้มเล็กค่ะ รู้สึกดีๆยิ้มๆน่ะค่ะ

แม้จะลงท้ายซีเรียสก็ไม่เป็นไรค่ะ สังคมทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปเยอะจากเมื่อก่อน พีก็คิดอย่างนั้น ว่ากันไปว่ากันมาสุดท้ายก็ไม่มีอะไรดีขึ้น อย่างที่คุณหมอ pee-yong บอกให้มีน้ำใจต่อกันพีว่าอยากให้มีน้ำใจต่อกันในทุกๆคนทุกสายอาชีพเลยค่ะเพราะยังไงเราก็คนไทยด้วยกันเนอะคะ

ฝันดีนะคะ คุณ หมอ
#4  by  ท้องฟ้า At 2007-01-17 20:29, 
...คนไข้บางทีแค่เป็นหวัดก็กังวลซะมากมาย ก็เค้าไม่รู้นี่นาถึงต้องพึ่งคุณหมอ...ถ้ารู้ก็หายากินเองแล้ว...

อดทน ๆ คุณหมอก็ทำงานด้วย ได้บุญด้วย ดีออก...

รักษาความมีน้ำใจให้อยู่กับตัวตลอดไปน๊ะคร้าบ คุณหมอ...

#5  by  an_ann_and~ At 2007-01-17 22:49, 
อ่านแล้ว น่าอิจฉาจัง
อาชีพแพทย์ก็เป็นอาชีพที่เครียดมากเลย
เพราะอยู่บนความเป็นและความตายของคนมากมาย

พยามต่อไปค่ะ
มีคนเคยบอกว่า "เราจะมีความสุขที่สุด เมื่อเราได้ให้บริการผู้อื่นอย่างสุดหัวใจ"
ปย.นี้ได้รับการพิสูจน์ที่นี่แล้วล่ะค่ะ
#6  by  weirdprincess (58.8.184.62) At 2007-01-18 01:06, 
ลองตามมาจากบล็อคนิ้วกลม
ไม่คิดว่าจะเจอคนอาชีพเดียวกัน
ขอเรียกตัวเองว่าพี่ละกัน เพราะเราห่างกันตั้งหกรุ่นแน่ะ
อ่านเรื่องของน้องแล้วเหมือนมองเห็นตัวเอง
ความสุขเล็กๆของเรา (คุณหมอๆ) ก็คงคล้ายๆกัน เรื่องเซ็งๆก็คงจะเหมือนกัน
แต่อยากบอกว่าอาชีพเราเนี่ยถือว่าได้เปรียบคนอื่นๆมากมาย
อย่างน้อยก็ได้ทำบุญอยู่ตลอดเวลาไง
เป็นกำลังใจให้กับเพื่อนร่วมวิชาชีพจ้า...
#7  by  jummdcu (125.24.134.67) At 2007-01-18 22:06, 
เวลาเหนื่อยหรือเครียดก็เก็บเอาสิ่งนี้มาเป็นน้ำหล่อเลี้ยงจิตใจนะคะ
#8  by  yayaa (203.188.62.176) At 2007-01-19 13:00, 
บางครั้งความสุขใจ บางครั้งทุกข์ใจ
แต่ก็รู้สึกมีคุณค่า....ไม่ใช่เหรอคะ
#9  by  yayaa (203.188.62.176) At 2007-01-19 13:15, 
ข้าน้อย (สมควรตาย) กลับมาแว้ว...

#10  by  Gunso At 2007-01-19 16:30, 
เป็นหมอเนี่ยได้สร้างบุญ สั่งสมทาน ทุกๆ วัน

อยากกินหอยจัง หอยทอดครับ หอยทอด
#11  by  จั่นเจา At 2007-01-20 21:14, 
คงจะโดนกันทั้งระบบล่ะครับ แต่อย่างน้อยความเป็นแพทย์ก็ทำให้ทิ้งผู้ป่วยไม่ได้อยู่ดีสินะครับผม

เป็นกำลังให้แพทย์ดีๆเสมอครับผม
#12  by  ๐๐Latte`๐๐ At 2007-01-22 19:17, 
เห็นด้วย
#13  by  romyen At 2007-01-22 19:47, 
นอกจากงานในหน้าที่แล้ว
บางทีพวกเราอาจจะต้องพักผ่อนหย่อนใจกันบ้าง
เติมพลัง อย่าเครียดมาก เดี๋ยวจะกลายเป็นผู้ป่วยไปซะเอง
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้พักผ่อนหย่อนใจสมใจอยากมากๆ
แค่นี้ก็มีความสุขเล็กๆแล้วล่ะ
#14  by  jummdcu (125.24.142.120) At 2007-01-23 15:49, 
อ่านแล้วชอบจังสนุกดีค่ะ
#15  by  nong (58.64.126.104) At 2007-06-11 16:41, 

<< Home


พี-ยง
View full profile