-1-
หลังจากที่ผมได้อ่านเรื่องราวของหนังเรื่อง Final Score มาจากหลายแหล่ง ก็เกิดความรู้สึกอยากดูเรื่องนี้มากๆ อยากจะดูว่าชีวิตเด็กเอ็นท์สมัยนี้แบบ reality จะเหมือนกับสมัยเราไหม อยากจะดูว่ากองถ่ายที่ปักหลักกับกลุ่มเด็กกลุ่มหนึ่งตลอดระยะเวลา 365 วัน เพื่อตัดออกมาเป็นหนังยาวไม่กี่ชั่วโมง จะสนุก คุ้มค่ากับที่ลงทุนลงแรงไปไหม
ในที่สุด เมื่อวันเสาร์ ผมก็ได้ดูหนังเรื่องนี้สมใจอยาก โดยไปกับเพื่อนมหาลัย ที่จบม.ปลายจากโรงเรียนเดียวกัน และก็เป็นรุ่นพี่ของไอ้น้องเปอร์ ลุง บิ๊กโชว์ และโบ้ตด้วย
-2-
เวลาผ่านไปหลายปี โรงเรียนเปลี่ยนหน้าตาไปบ้าง เด็กๆฟัง iPod ไปงาน Fat แต่ที่ยังเหมือนเดิมคือเด็กสวนฯยังคงบ้าบอ และคลั่งพี่ป๊อด!
ดูเรื่องนี้แล้วก็นึกถึงตัวเองช่วงนั้น ช่วงที่เรื่องเอ็นทรานซ์เป็นเรื่องใหญ่ในชีวิต ในหัวสมองมีแต่เรื่องว่าจะเรียนอะไรต่อดี จะเอ็นท์คณะอะไร จะเรียนพิเศษที่ไหน
รายละเอียดอาจต่างกันไปตามยุคสมัย แต่อารมณ์สับสนในชีวิตยังคงเหมือนเดิมเปี๊ยบ
ฉากหลังที่เป็นโรงเรียน ทำให้นึกถึงวันเก่าๆ ทั้งตอนสอบ ตอนเรียน ตอนนั่งเล่นที่ริมระเบียงตึก ตอนงานสมานมิตร
-3-
ผมชอบเปอร์ ผมว่าเปอร์เป็นเด็กที่"มีของ" เป็นเด็กดูเงียบๆ หน้าตาบ้านๆ เรียกคุณพ่อคุณแม่ เรียกตัวเองว่าลูก แต่กวน(ส้น_ )ได้ใจมาก ที่ผมชอบและฮามากคือฉากที่ถามแม่ว่าคนโบราณที่แม่อ้างถึง คือนายทองเหม็นหรือเปล่า ฉากที่จะเอาเครื่องช่วยฟังให้แม่ และแม่ดันฟังผิดเป็นเครื่องอะไรซักอย่างเกี่ยวกับฟัน และฉากที่ประทับใจก็คือฉากที่เปอร์แบ่งหูฟัง iPod ให้แม่ฟังตอนแม่ขับรถไปส่ง
โบ้ตเป็นเด็กดี เด็กเรียบร้อย ไม่อยากขัดใจพ่อ แต่ก็มีความฝันเป็นของตนเอง ตอนที่โบ้ตสอบสัมภาษณ์ได้อธิบายความรู้สึกของโบ้ตได้อย่างดี
บิ๊กโชว์ดูฮาๆ แต่จริงๆแล้วแอบเครียด ผมสงสารบิ๊กโชว์มากตอนที่เขาร้องไห้ และก็เข้าใจเรื่องที่เครียดจนไม่ยอมให้ทีมงานถ่ายต่อ ถ้าเป็นผม ผมอาจจะทำแบบบิ๊กโชว์ก็ได้
ลุงเป็นคนฮาเรื่อยเปื่อยไปวันๆ แต่ฉากที่ทะเล และฉากที่ลุงถามใครๆว่า "ความรู้ คืออะไร" ก็กระตุกต่อมคิดของใครหลายคน ว่าไอ้ที่เราเรียนหนังสืออยู่ทุกวัน เรียนเพื่อจะได้มี"ความรู้" และรู้กันหรือเปล่า ว่าจริงๆแล้วมันคืออะไร
-4-
หนังเรื่องนี้ ในมุมมองของเด็กม.ปลาย หรือเด็กมหาลัย คงจะต่างจากมุมมองของคนทำงานที่ผ่านเรื่องราวเหล่านี้มาแล้ว เรื่องเอ็นทรานซ์กลายเป็นเรื่องขำๆ เป็นความทรงจำทั้งที่ดีและไม่ดีของใครหลายคน
หากย้อนเวลากลับไปได้ หลายคนคงอยากจะบอกตัวเองในช่วงวัยนั้นว่า ใช้ชีวิตให้คุ้มค่าเถอะ ช่วงเวลาที่สนุกสนาน ช่วงเวลาแห่งมิตรภาพ ช่วงเวลาที่น่าจดจำแบบนี้มีได้ครั้งเดียวในชีวิต ทำทุกอย่างให้ดีที่สุดก็พอ

ปล. ลองอ่านตำนานเอ็นทรานซ์ดูกันนะครับ